หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พระผงบรมมหาจักรพรรดิ  (อ่าน 20788 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Watthummuangna
ผู้ดูแลเว็บวัดถ้ำเมืองนะ (เป็ค)
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 455


ติดต่อโดยตรง: pekxiu@hotmail .com โทร: 084-448-1998


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2010, 01:38:31 AM »



บทความสำคัญที่เกี่ยวข้องสำหรับศึกษาเพิ่มเติม
 
การปฏิบัติธรรมตามสูตรหลวงปู่ดู่และหลวงตาม้า
http://www.watthummuangna.com/home/community/index.php/topic,2284.0.html

อานิสงส์การสวดบทพระบรมมหาจักรพรรดิ
http://www.watthummuangna.com/home/community/index.php/topic,2290.0.html




การสร้างพระเครื่องประเภทเนื้อปูนผสมผงมหาจักรพรรดิ์สูตรหลวงปู่  

ในการสร้างพระเครื่องประเภทเนื้อปูนผสมผงมหาจักรพรรดิ์ของหลวงปู่ดู่นั้น จักสังเกตุ

เห็นได้ว่าหลวงปู่ดู่ท่านจะสร้างพระเครื่องไว้

เพื่อเป็นพุทธานุสติแก่บรรดาศิษย์เพื่อให้ระลึกเสมอ

ว่าพระพุทธองค์ทรงเป็นผู้ทรงประเสริฐสุดหาที่เปรียบมิได้ ดังที่จะกล่าวในพระชุด

"พระพุทธเจ้าเหนือพรหม"นี้ ลป.ดู่ท่านได้หยิบยกพระพุทธตำนานตอนหนึ่ง

ซึ่งเป็นพระตำนานที่อยู่ในบทสวดพระคาถาพาหุงบทหนึ่งว่า
  

"ทุคคาหะทิฏฐิ ภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง

พหรมมัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง

ญาณาคะเทนะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุเต ชะยะมังคะลานิ"
 

...พระคาถาบทพาหุงบทนี้ ตามพุทธตำนานได้กล่าวถึงตอนสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ปราบทิฐิของท้าวผกาพรหมที่คิดว่าตนเอง

มีอิทธิฤทธิ์มากและมีความอมตะไม่ตาย จึงคิดท้าพระพุทธเจ้าให้มาลองอิทธิฤทธิ์กัน โดยการท้าลองครั้งนี้คือให้อีกฝ่ายซ่อนและอีกฝ่ายหา

หากผู้ใดซ่อนและผู้หา หาไม่พบถือว่าชนะและฝ่ายแพ้จะต้องมาเป็นสาวกของฝ่ายชนะ...เริ่มจากฝ่ายท้าวผกาพรหมเป็นผู้ซ่อนก่อน ท้าวผกาพรหมแปลงกายเป็นธุลีเม็ดทรายหนึ่งเม็ดโดยซ่อนตนเองปะปนอยู่ในทะเลทราย ด้วยพระบารมีของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ใช้ฌาณ

ตรวจหาไม่นานก็ค้นพบท้าวผกาและชี้ถูกว่าท้าวผกาพรหมเป็นเม็ดทรายเม็ดไหนอย่างถูกต้องครั้งนี้ท้าวผกาพรหมจึงเป็นฝ่ายแพ้ พอถึงคราวพระพุทธเจ้าเป็นผู้ซ่อนบ้าง พระพุทธองค์ทรงย่อพระวรกายให้เล็กลงแล้วเสด็จขึ้นไป

ประทับซ่อนอยู่ในมวยผมบนเศียรของท้าวผกาพรหม

ฝ่ายหาคือท้าวผกาพรหม ก็เริ่มตามหาพระพุทธเจ้าหายังไงก็หาไม่เจอ หาทั่วทั้ง๓ภพ(ภพโลก ภพสวรรค์ ภพนรก)ก็หาไม่เจอ

หาไปสุดขอบแดนจักรวาลก็หาไม่เจอ ท้าวผกาพหรมจึงยอมแพ้ เมื่อพระพุทธองค์ทรงพิจารณาเห็นว่าท้าว

ผกาพรหมลดทิฏฐิลงมากแล้ว พระพุทธองค์จึงคลายฤทธานุภาพกลับสู่สภาพเดิม และทรงแสดง

พระธรรมเทศนาโปรดท้าวผกาพรหม จนบรรลุเป็นพระโสดาบัน แต่ขณะนี้เป็นพระอนาคามีแล้ว จักเข้าถึงพระนิพพาน

ในยุคพระศรีอริยเมตไตรย จากนั้นมาจึงมีพระนามเรียกขานกันว่า "พระพรหม"...การนำบทสวดมหาจักพรรดิมาใช้ในการสร้างพระ

  
หลวงปู่ดู่ท่านเล่าให้ศิษย์ใกล้ชิดฟังถึงการปลุกเสก หรืออธิษฐานจิตในวัตถุมงคลที่ท่านปลุกเสกว่า

"นอกจากการใช้พลังจิตในการปลุกเสกแล้ว ที่ท่านใช้อยู่เสมอคือ บทสวดมนต์ตามเจ็ดตำนาน"

ซึ่งท่านบอกว่า ดีกว่าคาถาอาคมมากมาย เพราะเป็นเรื่องราวของ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ทั้งนั้น

ไม่จัดเป็นเดรัจฉานวิชชา โดยบทที่ท่านสวดทำทุกครั้งคือ บทพระพุทธเจ้าทรมานพญาชมพูบดี

หรือที่เรียกกันว่า "บทชมพูปติสูตร"ซึ่งแสดงถึงอำนาจหรือบารมีของพระพุทธเจ้าผู้เป็นครูของมนุษย์และ

เทวดาทั้งปวง แสดงถึงธรรมที่ชนะอธรรม
  

พุทธคุณที่หลวงปู่ดู่หลวงตาม้า

ท่านนำมาใช้ในการสร้างพระ
  

ลป.ดู่ ท่านเรียกพระคาถาบทนี้ว่า "คาถามหาจักรพรรดิ" โดยทั้งนี้ในการปลุกเสกหลวงปู่

  
ท่านอารธนากำลังของบารมีรวมหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ท่านอันเป็นที่สุด โดยน้อมนำอารธนา

บารมีรวมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยตั้งแต่องค์ปฐมจนถึงองค์ปัจจุบัน

บรมมหาจักรพรรดิ์ทุกๆพระองค์ บารมีรวมพระปัจเจกพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์

พระธรรมและพระอริยสงฆ์ทั้งหลายโดยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต

บารมีรวมพระเจ้าจักรพรรดิตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต บารมีรวมหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ ท่านอันเป็นที่สุด

  
บทสวดพระมหาจักรพรรดิ
  

นะโมพุทธายะ พระพุทธะ ไตรรัตนะญาณ

มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา

พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ

พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา

อัคคีทานัง วะรังคันธัง สีวลี จะมหาเถรัง

อะหังวันทามิ ทูระโต อะหังวันทามิ ธาตุโย

อะหังวันทามิ สัพพะโส

พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ
  

ความย่อที่มาคาถาว่า

พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตพระองค์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ

เพื่อทรงแก้ทิฏฐิมานะ ของพญามหาชมพูบดี
  

ในสมัยพุทธกาล มีพระมหากษัตริย์ผู้เรืองอำนาจพระองค์หนึ่ง ซึ่งปกครองเมืองปัญจาลราษฐ พระนามว่า "พญาชมพูบดี"

กล่าวกันว่า พร้อม ๆ กับการประสูติของพญาชมพูบดี ขุมทองในที่ต่างๆ ก็ผุดขึ้นมากมายอันแสดงถึงบุญญาธิการของพระองค์ ประชาชนในเมืองนี้จึงมีฐานะความเป็นอยู่ที่มั่งคั่งสมบูรณ์ พญาชมพูบดี ทรงมีอาวุธวิเศษ 2 อย่าง คือ
  

ฉลองพระบาทแก้ว ซึ่งเมื่อสวมเข้าไปแล้วก็จะพาพระองค์เหาะไปในที่ต่างๆ ได้ ทั้งยังใช้อธิษฐานแปลงเป็นนาคราชเข้าประหัต

ประหารศัตรูได้อีกด้วย อาวุธวิเศษอย่างที่สอง คือ วิษศร ซึ่งเป็นศรวิเศษใช้ต่างราชทูต หากกษัตริย์เมืองใดไม่มา

อ่อนน้อมขึ้นต่อพระองค์ วิษศรนี้ก็จะไปร้อยพระกรรณพาตัวเข้าเฝ้าพระองค์จนได้ ทำให้กษัตริย์ทั้งหลายพากันยำเกรงในพระเดชานุภาพ

แห่งพญาชมพูบดี

ด้วยอาวุธคู่พระวรกาย พญาชมพูบดีได้ขยายพระราชอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง กระทั้งถึงกรุงราชคฤห์ของพระเจ้าพิมพิสาร

ผู้เป็นอุบาสกแห่งสมเด็จพระสัมมาสมพุทธเจ้า พญาชมพูบดีส่งอาวุธวิเศษของพระองค์ ไปทำอันตรายต่อพระเจ้าพิมพิสาร แต่ไม่อาจ

ทำอันตรายแก่พระเจ้าพิมพิสารได้ ด้วยอาศัยพระพุทธานุภาพ ทำให้พญาชมพูบดีแค้นพระทัยมาก แม้ส่งอาวุธวิเศษอย่างใดไป

ก็พ่ายแพ้แก่พระพุทธานุภาพแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
  

เมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเห็นว่า พญาชมพูบดีประสบความพ่ายแพ้ และมีทิฏฐิมานะเบาบางลง ประกอบด้วยกับทรงเล็งเห็นวาสนาปัญญาของพญาชมพูบดีว่าสามารถสำเร็จมรรคผลได้ จึงมีพุทธฎีกาตรัสใช้ให้พระอินทร์แปลงเป็นราชทูตพาพญาชมพูบดีมาเข้าเฝ้า

ส่วนพระองค์ทรงเนรมิตองค์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ทรงมงกุฎ พร้อมเครื่องราชาภรณ์ แต่ล้วนงดงาม ส่วนพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานเถระเจ้า พร้อมด้วยเหล่าภิกษุสงฆ์สาวก ก็เนรมิตกายเป็นเสนาอำมาตย์ใหญ่น้อย ล้วนแล้วแต่น่าเกรงขาม ทั้งเนรมิตเวฬุวัน (ป่าไผ่)

ให้เป็นพระนครใหญ่ประกอบด้วยกำแพงถึง 7 ชั้น และมีพุทธฎีกาตรัสสั่งให้เทวดา พรหม ทั้งหลาย ร่วมเนรมิตเป็นตลาดน้ำ ตลาดบก
  
เมื่อพระอินทร์ซึ่งเนรมิตกายเป็นราชทูต ไปถึงเมืองปัญจาลราษฐ เห็นพญาชมพูบดีและเหล่าเสนาอำมาตย์ยังถือดี จึงแสดงฤทธานุภาพ

เป็นที่ประจักษ์ พญาชมพูบดีไม่อาจแข็งขืนจำยอม ต้องยกพลเดินทัพเพื่อเข้าเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสมพุทธเจ้า
  
เมื่อพญาชมพูบดี เดินทางเข้าเขตพระนครก็ตกตะลึงกับความยิ่งใหญ่อลังการแห่งพระนครที่พระพุทธองค์ทรงเนรมิต แม้แต่เหล่าแม่ค้าริมทาง

ก็ยังงดงามกว่าพระอัครมเหสีของพญาชมพู จนชวนให้รู้สึกขวยเขินก้าวเดินไม่ตรงทาง และเมื่อผ่านทางยังกำแพงพระนครแต่ละชั้น

ทอดพระเนตรเห็นเหล่าเสนาอำมาตย์ที่รักษาพระนคร พระทัยก็ประหวั่นพรั่นกลัวพระเสโทไหลโทรมทั่วพระสกลกายถึงกำแพงชั้นในซึ่งเป็นแก้ว ก็ทำท่าจูงกระเบนเหน็บรั้งด้วยเข้าพระทัยผิดคิดว่ามีเสียงนางในร้องเย้ยเยาะว่ากษัตริย์บ้านนอก กระทำเชยๆ พญาชมพูบดีก็รู้สึก

ได้รับความอัปยศอย่างยิ่ง
  

เมื่อพญาชมพูบดีมาถึงต่อหน้าพระพักตร์แห่งพระบรมศาสดา ซึ่งเนรมิตกายเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก็ยังไม่หมดทิฏฐิมานะ พระพุทธองค์ทรงเชื้อเชิญให้แสดงฤทธิ์เดชอำนาจและของวิเศษทุกสิ่งทุกอย่างออกมา เมื่อพญาชมพูบดีทรงแสดงแล้ว ก็ต้องได้รับความอัปยศ

ยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยไม่อาจทำอันตรายพระพุทธองค์ได้เลยแม้แต่น้อย
 

เมื่อพระพุทธองค์ทรงพิจารณาเห็นว่าพญาชมพูบดีคลายทิฏฐิมานะลงมากแล้ว จึงทรงแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพญาชมพูบดี

และเหล่าเสนาอำมาตย์ที่ติดตามมาด้วยจำนวนมากมายให้เห็นสิ่งที่เป็นสาระและมิใช่สาระ ให้เห็นโทษแห่งการเวียนเกิด เวียนตาย ในวัฏสงสาร ทั้งให้เห็นคุณแห่งพระนิพพาน พญาชมพูบดีและเหล่าเสนาอำมาตย์ต่างรู้สึกปีติ โสมนัส จึงปลดมงกุฎและ

เครื่องประดับของตนวางแทบพระบาทแห่งองค์พระสัมพัญญูบรมศาสนา เพื่อสักการะด้วยความรู้สึกเทิดทูน

จากนั้นจึงทูลขออุปสมบทต่อพระพุทธองค์
  

จากนั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสมพุทธเจ้าบรมครู พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์สาวก เทวดา พรหม ก็คล้ายฤทธานุภาพกลับสู่สภาพเดิม

(เป็นป่าไผ่และสภาพทั้งหลายตามความเป็นจริง) สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานอุปสมบถแก่พญาชมพูบดี

พร้อมด้วยเสนาอำมาตย์ และทรงแสดงพระธรรมเทศนาให้คลายความลุ่มหลงในเบญจขันธ์มีรูป เป็นต้นว่า อุปมาดั่งพยับแดด

หาสาระตัวตนที่เที่ยงแท้อันใดมิได้ และแสดงเทศนาต่างๆ เป็นอเนกปริยาย พญาชมพูบดีและเหล่าเสนาอำมาตย์

ก็ดื่มดำในพระอมตธรรมสลัดเสียซึ่ง ตัณหา อุปาทาน จิตของท่านก็เข้าอรหันตผล สำเร็จเป็นพระอริยบุคคลใ

นพระบวรพุทธศาสนา
 

--------------------------------------------

  
บรรดาลูกหลานวงษ์วานว่านเครือต่างทราบกันดีใครมีไว้ใช่ป้อง

กันอันตรายอย่างเดียวที่ไหนหลวงพ่อเกษม เขมโก ท่านรับรองกับลูกศิษย์

ท่านพระหลวงปู่ดู่ ป้องกันนิวเคลียร์ได้หลวงตาม้า ท่านเมตตาบอกว่า

พระหลวงปู่ ป้องกันโรคระบาดและป้องกันไข้หวัดนกได้ให้ใส่ไว้

  
ปล. โปรดอย่าลืม

คาถาบูชาพระ(คาถาจักรพรรดิ)
  

(จากหนังสือ กายสิทธิ์ ของวัดพุทธพรหมปัญโญ)  

  
ส่วนผสมในมวลสารของเนื้อพระ
  

ในส่วนผสมมวลสารของเนื้อพระพุทธเจ้าเหนือพรหมที่ลป.ดู่ท่านนำมาจัดสร้าง

ท่านจะนำผงพุทธคุณ(ผงมหาจักรพรรดิ์)ผสมกับปูนขาวใส่เกศาผสมลงโดยใช้น้ำเป็นตัวประสานผสมจนได้ที่แล้วจึงนำเนื้อมวลสาร

เทลงในแบบพิมพ์ เวลาแห้งเนื้อพระด้านหลังจะเป็นคราบลอยเหมือนหัวกระทิ ลักษณะของเนื้อพระจะไม่แน่นตัวนัก เนื้อจะฟูๆ พระพิมพ์นี้

สามารถแบ่งโซนหลักของเนื้อพระได้๒วรรณะคือ สีขาวนวล และออกสี เหลืองเนื่องจาก ลป.ดู่ท่านนำไปแช่ในน้ำชาท่ท่านเสก หรือที่ลป.ดู่ท่านมักจะเรียกว่าน้ำมนต์นั้นเอง ส่วนการทำผงจักรพรรดินั้นหลวงปู่จะทำภายในกุฎิท่านโดยมีกรรมวิธีการสร้างซึ่งเป็นวิชาขั้นสูง

ส่วนพระผงจักรพรรดิยุคปัจจุบันที่ทำและสร้างโดยหลวงตาม้านิยมนำเถาพระธาตุปลวงปู่หรือเกศาหลวงปู่ดู่หรือหลวงตาม้ามาเป็นมวลสาร

ด้วยในรุ่นพิเศษบางรุ่นแต่โดยปกติมวลสารหลักก็คือผงจักรพรรดินั้นเอง

  
ตัวอย่างพระผงจักรพรรดิพิมพ์ต่างๆ

สูตรหลวงปู่ดู่ที่ท่านหลวงตาม้าสร้าง
  

วิชาในการสร้างพระผงจักรพรรดินั้นหลวงปู่ดู่

ได้สอนท่านหลวงตาม้าและ

ในปัจจุบันนี้ท่านหลวงตาเป็นผู้ทรงวิชา

สร้างพระผงจักรพรรดิไว้
 

ความรู้เกี่ยวกับพระผงจักรพรรดิ

พระผงจักรพรรดิสูตรหลวงปู่ดู่หลวงตาม้า

มีพุทธคุณอย่างไร?


พระผงจักรพรรดิประโยชน์มากโดยเป็นพระที่ใช้ใน

การทำกรรมฐานและบูชาติดตัวเพื่อคุ้มครอง

เป็นศิริมงคลแก่ตนเองและเป็นพลังงานบุญ

แก่ภพภูมิโดยรอบ
 

หลวงปู่ดู่กล่าวไว้ว่าพระรุ่นนี้ที่มีผงจักรพรรดิ

ของท่านป้องกันนิวเคลียร์ได้
 

พระรุ่นนี้เหมาะสมเป็นอย่างมากในการเจริญกรรมฐาน

หลวงปู่ดู่สมัยที่ท่านยังทรงธาตุขันธ์

อยู่ท่านสร้างพระผงออกมาเพื่อให้

ลูกศิษย์ได้ใช้ในการเจริญพระกรรมฐานให้

ก้าวหน้าได้โดยไวโดยเป็นการใช้พลังจากองค์พระ
 

ในเนื้อพระผงจักรพรรดิของหลวงตาม้าทุกรุ่น

บรรจุมวลสาร ผงจักพรรดิหลวงปู่ดู่ที่ท่านหลวงตาท่าน

ได้รับมาจากหลวงปู่ดู่โดยตรง และช่วงไหนสวดมนต์นั่งสมาธิแผ่บุญ

แผ่เมตตาสม่ำเสมอบุญจะเกิดที่ตัวเราดีมากยิ่งขึ้นครับทั้งพระธาตุบน

องค์พระจะขึ้นเพิ่มขึ้นอีกด้วย (พระผงจักรพรรดิหลวงปู่ดู่ขึ้นพระธาตุทุกองค์)

หลวงตาเคยเมตตากล่าวให้ฟังว่าพระที่ท่านทำขึ้นมาชุด

นี้เป็นพระกำลังของพระโพธิสัตว์จึงมีพุทธคุณและ

กำลังบารมี 10 เข้มข้นนำไปใช้ประโยชน์ในด้านกุศลได้ร้อยแปดพันเก้า
  

หากนำไปบูชาก็จะเป็นการทำให้ภพภูมิเทวดาผีสางสัมภเวสีที่ผ่านไป

ผ่านมารับกระแสตรงนี้เข้าไปปรับให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วยนอก

(โดยการกำพระขอกำลังพระ/หลวงปู่สวดจักรพรรดิแล้วน้อมบุญไป)

 
นอกนั้นยังมีพุทธคุณเข้มสำหรับการเจริญภาวนากรรมฐาน

โดยการเอามากำก่อนนั่งสมาธิแล้วกำหนดจิตเข้าไปที่องค์พระ

จะทำให้ภาวนาได้ง่ายขึ้นเพราะมีพลังงานจากองค์พระมาเสริมที่

ดวงจิตด้วยจากนั้นจึงไปทำสมาธิในแบบที่ท่านถนัดโดยเป็น

วิธีการที่นิยมกันในหมู่ลูกศิษย์ของหลวงปู่ดู่เรื่อยมาจนถึงหลวงตาม้า

ในปัจจุบันและหากนำพระไปแช่น้ำก็สามารถทำเป็นน้ำมนต์รักษา

โรคหรือเป็นศิริมงคลแก่ตนก่อนออกไปดำเนินชีวิตก็ยังได้

หากนำพระไปแช่น้ำก็สามารถทำเป็นน้ำมนต์

รักษาโรคหรือเป็นศิริมงคล

แก่ตนก่อนออกไปดำเนินชีวิตก็ยังได้

อฐิษฐานเอาโดยใช้คาถาจักรพรรดิ

ยังไงก็ให้ตั้งอยู่ในความดีไว้ด้วย

โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งและศีล5เป็นฐาน

จะช่วยให้เราทรงในความดี

และพุทธคุณช่วยเราได้เต็มที่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 21, 2012, 06:18:12 PM โดย Wisdom » บันทึกการเข้า

เจ้าสัว
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 95



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2010, 01:15:29 AM »

อนุโมทนา สาธุครับ
บันทึกการเข้า

"พุทธพรหมปัญโญ"
"นะโม โพธสัตว์โต พรหมปัญโญ"
Artit
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 37


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2010, 07:35:03 PM »

อนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ
บันทึกการเข้า
aumking
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9



ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2010, 01:07:07 AM »

อนุโมทนาสาธุครับ
บันทึกการเข้า

ขอทุกท่านเจริญในธรรม ขอธรรมจงรักษาตัวท่าน
pidtong
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1298



ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2010, 11:04:14 AM »

อนุโมทนา สาธุ
บันทึกการเข้า

ขอเชิญร่วมทำบุญเข้า "กองทุนพรหมปัญโญ"
บัญชี พระวรงคต วิริยะธโร
ธนาคารกสิกรไทย สาขา ถนนมูลเมือง 383-223-9258
นะโม โพธิสัตโต พรหม ปัญโญ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
tavach
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 89



ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2010, 11:39:25 AM »

อนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุครับ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

" แม้มืดตื้อมืดมิด  ก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรม "
URIKA
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2010, 02:55:58 PM »

อนุโมทนาค่ะ
บันทึกการเข้า
Here-Pi
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19



ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2010, 03:18:07 PM »

อนุโมทนาครับ
บันทึกการเข้า
maeai47
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2010, 09:39:32 PM »

อนุโมทนาครับ
บันทึกการเข้า
din
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 976



ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 02, 2010, 04:30:01 PM »

อนุโมทนา สาธุๆๆๆ ดังๆๆ ให้ดังก้อง ไปถึงหลวงปู่
บันทึกการเข้า

นะโม โพธิสัตโต พรหม ปัญโญ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
putter88
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: มีนาคม 02, 2010, 10:04:11 PM »

อนุโมทนาสาธุ
บันทึกการเข้า
sabai
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 60


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: มีนาคม 04, 2010, 02:00:50 AM »

satu  ยิ้มกว้างๆ motana ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
tavesub
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 85



ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: มีนาคม 04, 2010, 08:29:57 AM »

อนุโมทนา สาธุครับ
บันทึกการเข้า
preeda
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 41



ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: มีนาคม 10, 2010, 09:48:40 PM »

อนุโมทนาครับ......(เห็นว่ามีเนื้อโขลกด้วยนะครับ)
บันทึกการเข้า
witoonk4
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18


ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: มีนาคม 10, 2010, 11:57:09 PM »

 ยิ้มขออนุโมทนา สาธุครับ ยิ้ม
บันทึกการเข้า
a1
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 81



ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: มีนาคม 11, 2010, 01:37:36 PM »

ใช้สวดคาถาจักรพรรด์ นั่งสมาธิ รู้สึกว่าจิตรวมตัวเร็วสงบดีมาก
บันทึกการเข้า
uthit
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 28


ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: มีนาคม 14, 2010, 07:40:07 PM »

อนุโมทนา  สาธุๆ  ครับ
บันทึกการเข้า
seven
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4



ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: มีนาคม 15, 2010, 03:04:20 PM »

รบกวนผู้รู้ค่ะ

ข้าพเจ้ามีโอกาศไปอัญเชิญ พระพุทธรูป มาจากวัดถ้ำเมืองนะเมื่อวันที่ 10
วันนั้นสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นคือแรงศรัทธาอยากปฏิบัติจึงถามลูกศิษย์ที่วัดว่าอยากได้ประคำ
ท่านแจ้งให้มารับจากหลวงตาเอง  อยากทราบว่าไปหาและขอรับได้วันไหนบ้างคะ
อีกทีกลับมาแรงศรัทธาไม่จางหายเริ่มเข้ามาหาข้อมูลและได้โหลดบทสวด20.30น
และสวดได้2วันแล้วค่ะ ที่น่าแปลกใจตัวเองคือนั่งสมาธิง่ายและสบายขึ้น
พบว่าเมือ่วันที่5มีคที่ผ่านมาได้รับพระผง มาจากวัดศรีมุงเมืองค่ะ
มารู้เมื่อวานว่าเป็นพระผงจักรพรรดิ จึงอยากทราบวิธีใช้พระค่ะ
คือว่าเมื่อวานกำท่านไว้ในเมื่อตอนนั่ง
แต่รบกวนถามผู้รู้ว่ากะพระท่านโดยไม่เข้ากรอบหรือไม่อยู่ในถุงใสนี่จะได้หรือไม่คะ

ขอขอบคุณและโมทนา สาธุล่วงหน้าค่ะ
บันทึกการเข้า

"ทำตัวให้สบาย ทำใจให้สนุก"
tonnaja
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 37



ดูรายละเอียด
« ตอบ #18 เมื่อ: มีนาคม 15, 2010, 04:24:53 PM »

สาธุ
บันทึกการเข้า
wiwath
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 64


ดูรายละเอียด
« ตอบ #19 เมื่อ: มีนาคม 16, 2010, 11:08:35 AM »

สาธุ  ขออนุโมทนาครับ
บันทึกการเข้า
a1
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 81



ดูรายละเอียด
« ตอบ #20 เมื่อ: มีนาคม 16, 2010, 08:56:45 PM »

อยากทราบว่า ศิษย์หลวงตาม้า ได้สร้างพระผงจักรพรรดิ์ พิมพ์สมเด็จ วัดไชโย ฐาน ๗ ชั้น ด้านหลังปั๊มตรายางยันต์เฑาะ ไว้บ้างไหมครับ
บันทึกการเข้า
lhospital
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11



ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: มีนาคม 29, 2010, 12:03:25 PM »

อนุโมทนา สาธุๆๆๆ
บันทึกการเข้า




ธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติธรรม
baipool
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 351


ิBaipool


ดูรายละเอียด
« ตอบ #22 เมื่อ: เมษายน 02, 2010, 03:55:28 PM »

รบกวนผู้รู้ค่ะ

ข้าพเจ้ามีโอกาศไปอัญเชิญ พระพุทธรูป มาจากวัดถ้ำเมืองนะเมื่อวันที่ 10
วันนั้นสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นคือแรงศรัทธาอยากปฏิบัติจึงถามลูกศิษย์ที่วัดว่าอยากได้ประคำ
ท่านแจ้งให้มารับจากหลวงตาเอง  อยากทราบว่าไปหาและขอรับได้วันไหนบ้างคะ
อีกทีกลับมาแรงศรัทธาไม่จางหายเริ่มเข้ามาหาข้อมูลและได้โหลดบทสวด20.30น
และสวดได้2วันแล้วค่ะ ที่น่าแปลกใจตัวเองคือนั่งสมาธิง่ายและสบายขึ้น
พบว่าเมือ่วันที่5มีคที่ผ่านมาได้รับพระผง มาจากวัดศรีมุงเมืองค่ะ
มารู้เมื่อวานว่าเป็นพระผงจักรพรรดิ จึงอยากทราบวิธีใช้พระค่ะ
คือว่าเมื่อวานกำท่านไว้ในเมื่อตอนนั่ง
แต่รบกวนถามผู้รู้ว่ากะพระท่านโดยไม่เข้ากรอบหรือไม่อยู่ในถุงใสนี่จะได้หรือไม่คะ

ขอขอบคุณและโมทนา สาธุล่วงหน้าค่ะ


ขออนุโมทนาค่ะ
ได้เหมือนกันค่ะ แต่ที่รักษาไว้ในถุงใสที่ใส่องค์พระหรือใส่กรอบเนื่องจาก
จะได้ป้องกันองค์พระไม่ให้ชำรุดง่ายหรือเสียหายง่ายค่ะ
บันทึกการเข้า
ืnok
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 62



ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: เมษายน 28, 2010, 10:40:58 PM »

อนุโมทนาสาธุจ้า ยิ้ม
บันทึกการเข้า
chita
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2010, 06:14:15 PM »

อนุโมทนาสาธุครับ
บันทึกการเข้า
Pissanu
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 65



ดูรายละเอียด
« ตอบ #25 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2010, 11:21:23 PM »

อนุโมทนาครับ สาธุ
บันทึกการเข้า
bighead
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 29



ดูรายละเอียด
« ตอบ #26 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2010, 04:54:20 PM »

อนุโมทนา สาธุเจ้าค่ะ
บันทึกการเข้า
LUMPHUN
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 118



ดูรายละเอียด
« ตอบ #27 เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2010, 05:24:15 PM »

โมทนาครับศิษย์วัดถ้ำเมืองนะทุกท่าน  พระผงจักรพรรดิ์ที่คุณ seven ถามนั้นผมแนะนำให้หาที่เก็บดีๆครับเพื่อป้องกันการแตกหักขององค์พระหรือคุณจะนำไปเลี่ยมกรอบก็ได้เป็นการป้องกันที่ดีที่สุดครับ  พระผงที่หลวงตาแจกมานั้นสำหรับศิษย์อย่างผมแล้วพระแต่ละองค์มีค่าทางจิตใจกับผมมากครับ  ทุกท่านควรจะให้ความเคารพและเก็บไว้ให้ดีครับ  โมทนาสาธุ ยิ้ม ยิ้ม
บันทึกการเข้า
thana8
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5



ดูรายละเอียด
« ตอบ #28 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 06:09:43 AM »

อนุโมทนาสาธุ
บันทึกการเข้า
thana8
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5



ดูรายละเอียด
« ตอบ #29 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2010, 09:59:12 PM »

อนุโมทนาครับ ยิ้มกว้างๆ ขยิบตา
บันทึกการเข้า
nantanat_nat
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 29


หมั่นสร้างบารมีไว้ แล้วฟ้าดินจะช่วยเอง


ดูรายละเอียด
« ตอบ #30 เมื่อ: กรกฎาคม 24, 2010, 09:22:25 AM »

อนุโมทนาครับ
บันทึกการเข้า

ต้องเวียนเกิด   เวียนตาย       ตามบุญบาป
เมื่อไรทราบ     ธรรมแท้        ไม่แปรผัน
ไม่ต้องเกิด      ไม่ต้องตาย    สบายพลัน
มีเท่านั้น         ใครหาพบ      จบกันเอย
NanE
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


ดูรายละเอียด
« ตอบ #31 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2010, 08:11:40 PM »

สาธุ สาธุ สาธุ
บันทึกการเข้า
NARATCH SRIVARO
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69



ดูรายละเอียด
« ตอบ #32 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2010, 08:27:22 PM »

อนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ
บันทึกการเข้า

คนดีไม่ตีใคร
aody
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 51



ดูรายละเอียด
« ตอบ #33 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2010, 10:02:35 AM »

อนุโมทนาสาธุครับ
บันทึกการเข้า
tonnaja
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 37



ดูรายละเอียด
« ตอบ #34 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2010, 11:24:44 AM »

สาธุ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: